แอบมองมานาน! ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ เตรียมยื่นสินสอด 60 ล้านปอนด์ คว้าตัว เอ็นดอมเบเล่

ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมดังในศึก พรีเมียร์ลีก เตรียมหอบข้อเสนอจำนวน 60 ล้านปอนด์ แลกกับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ให้ โอลิมปิก ลียง พิจารณา

ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่
Romain Biard / Shutterstock.com

Sun Sport ได้เปิดเผยว่า “ไก่เดือยทอง” เตรียมทำข้อตกลงกับ หนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นิว ก็องเต้” โดยเร่งให้ดีลเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้

ในตอนแรก โอลิมปิก ลียง ปฏิเสธที่จะขายมิดฟิล์ดชาวฝรั่งเศสรายนี้ จนกว่าจะได้นักเตะในตำแหน่งกองกลางเข้ามาแทนที่ ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่งทำการเปิดตัว ช็องค์ ลูคัส นักเตะบราซิเลี่ยนวัย 21 ปี ที่เพิ่งดึงเข้ามาเสริมทีม

สเปอร์ส ไม่มีการเซ็นสัญญาผู้เล่นเข้าทีมแม้แต่คนเดียว ในตลาดซื้อขายนักเตะทั้งสองช่วง เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดยผู้เล่นคนสุดท้ายที่เข้ามาเล่นกับ สเปอร์ส คือ ดาวิดสัน ซานเชซ ที่ราคา 35 ล้านปอนด์ เมื่อสองปีที่ผ่านมา

ลียง ได้ปักราคาดาวเตะวัย 22 ปี ไว้ที่ 70 ล้านปอนด์ แต่เชื่อว่าทีมดังจากกรุงลอนดอนจะสามารถปิดดีลได้ที่ 60 ล้านปอนด์

เจ้าของอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา มีการได้ติดตามฟอร์มการเล่น เอ็มดอมเบเล่ มาระยะหนึ่ง ตั้งแต่เจ้าตัว  อาเมียง เอสซี  ก่อนจะย้ายมา ลียง และพาทีมจบอันดับ 3 ของ ลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมเข้ารอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ทางด้าน ชองค์ มิเชล ออรัส ประธานสโมสรลียง ให้สัมภาษณ์ว่า “เอ็นดอมเบเล่ มีความต้องการที่จะเล่นให้กับสโมสรที่ใหญ่กว่า เขากำลังมองหาการออกเดินทาง แต่ยังไม่มีการยืนยันใดๆ ทั้งสิ้น แต่โอกาสยังเปิดกว้าง”

สำหรับ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ได้รับโอกาสในการลงสนามกับทีมชาติฝรั่งเศสไป 4 นัด ด้วยกัน ซึ่งการมาของนักเตะรายนี้อาจจะต้องจับตาอนาคตของ เอริค ดายเออร์ และวิคเตอร์ วานยามา ที่จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

จบซักที! BBC โหม แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าย 50 ล้านปอนด์ คว้า วาน-บิสซาก้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาดาวรุ่งของ คริสตัล พาเลซ ได้เรียบร้อย ที่จำนวน 50 ล้านปอนด์

วานบิสซาก้า
AP Photo/Rui Vieira

BBC สื่อกีฬาที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในอังกฤษ ตีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีล บรรลุข้อตกลงกับ คริสตัล พาเลซ ในการดึงตัว อารอน วาน-บิสซาก้า เรียบร้อย คาดว่าราคาอยู่ที่ 50 ล้านปอนด์ และดาวรุ่งวัย 21 ปี รายนี้ เตรียมที่เข้าขั้นตอนการตรวจร่างกายกับสโมสร ก่อนที่จะพักผ่อนในช่วงวันหยุด

“ปีศาจแดง” ได้เสนอค่าเหนื่อยให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า สูงถึง 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ยกระดับค่าเหนื่อย จากปกติรับอยู่ที่จำนวน 10,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยน้อยที่สุดใน พาเลซ

วาน-บิสซาก้า เพิ่งตกรอบแบ่งกลุ่ม กับ ทีมชาติอังกฤษ U21 ในศึก ชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี หลังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียว

 

นักเตะพเนจร! สวาทแคท เปิดตัว ฮาร์ทมันน์ พ่วง นฤพน พุฒซ้อน สัญญายืมตัว 6 เดือน

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดตัว 2 ลูกครึ่งจาก สุพรรณบุรี เอฟซี  มาร์ค ฮาร์ทมันน์ และนฤพน ไวลด์ พุฒซ้อน ลุยศึกไทยลีก 2019 เลกสอง

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

“สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี บรรลุข้อตกลงคว้าตัว มาร์ค ฮาร์ทมันน์ ดาวเตะลูกครึ่งฟิลิปปินส์-อังกฤษ และ นฤพน ไวลด์ (พุฒซ้อน) นักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จาก สุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือน เพื่อลุยศึกช่วงเลกสองของฤดูกาล 2019

ทั้งนี้ ฮาร์ทมันน์ และ นฤพน มีลุ้นประเดิมสนามนัดแรกให้สวาทแคท ลงบุ๊ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2019 นัดที่ 16 ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ พีทีที ระยอง วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 18.00 น. ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา

กลับบ้านเรา! พีทีที ระยอง ดึง เดนนิส มูริลโล่ กลับมาล่าสกอร์ ไทยลีก เลก 2

สโมสร “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ทำการเปิดตัว เดนนิส มูริลโล่ หัวหอกชาวบราซิลวัย 27 ปี กลับมาล่าตาข่ายในถิ่นพีทีที สเตเดี้ยม อีกครั้งในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2019 เพื่อแทนที่ของ “เจ็ท” เจย์ เอ็มมานูเอล โธมัส ดาวยิงชาวอังกฤษ ที่เพิ่งถูกทีมยกเลิกสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้

เดนนิส มูริลโล่

ดาวยิงบราซิลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการลงสนามให้กับทัพ “พญาไก่ชน” หนองบัว พิชญ เอฟซี ในเลกแรกของศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2019 หลังจากทำไปทั้งสิ้น 9 ประตู จากการลงสนาม 18 นัดรวมทุกรายการ ทำให้ “พลังเพลิง” ที่กำลังมองหาศูนย์หน้าคนใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการผลิตสกอร์ในเลกที่ 2 ตัดสินใจดึงตัวกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง โดยเซ็นสัญญากันเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง พร้อมกับจะใส่เสื้อหมายเลข 92 ลงล่าตาข่ายให้กับทีม

โดย เดนนิส มูริลโล่ เคยอยู่กับ พีทีที ระยอง มาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 2 ฤดูกาล ในปี 2017-2018 โดยปีแรกทำไป 18 ประตู ช่วยให้ทีมจบอันดับที่ 5 ก่อนที่ปีต่อมาจะยิงอีก 14 ประตู พร้อมช่วยให้ “พลังเพลิง” คว้าแชมป์ศึกฟุตบอลไทยลีก 2 ฤดูกาล 2018 คว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับคืนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ รวมแล้วตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เคยอยู่กับทีม ลงเล่นไป 55 นัด ทำไป 32 ประตู กับอีก 12 แอสซิสต์

สำหรับ “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง มีโปรแกรมประเดิมสนามเลกที่ 2 โดยจะออกไปเยือน “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย.2562 เวลา 18.00 น.

เพื่อนลูเคี่ยน! ชลบุรี เติมเกมรับคว้า "จูเนียร์ โลเปส" ปราการเหล็กแซมบ้า ร่วมทัพ

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เปิดตัว จูเนียร์ โลเปส ปราการหลังเลือดแซมบ้า เสริมทัพเลกที่ 2 โดย โลเปส เป็น อดีตเด็กปั้นทีมวิคตอเรีย ในบราซิล จะย้ายเข้ามาเสริมเกมรับ ให้กับ ฉลามชล เป็นแข้งรายที่ 6 ของ กุนซือคนใหม่ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ

จูเนียร์ โลเปส

ยังคงเสริมทัพอย่างต่อเนื่องสำหรับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ในเลกที่สองนี้ โดยก่อนหน้านี้ “โค้ชเตี้ย” ดึงนักเตะมาร่วมทัพในเลกที่ 2 มาแล้วถึง 5 คน ได้แก่ ดัสกร ทองเหลา, แฮร์ริสัน ไคออน, มงคล นามนวด, วิทยา หมัดหลำ, ธีรเทพ วิโนทัย และล่าสุด จูเนียร์ โลเปส กองหลัง ชาว บราซิลเลี่ยน

โดย ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม “ฉลามชล” ได้ออกมาพูดถึงดีลนี้ว่า “โค้ชเตี้ย เป็น คนเลือกมาครับ โค้ชเตี้ย ได้ศึกษาข้อมูล โลเปส มาสักพักใหญ่ๆ โค้ชเตี้ย ก็ทำการบ้าน และ ได้ปรึกษา ลูเคี่ยน ในส่วน ของ นักเตะคนนี้ด้วย เพราะ โลเปส เคยเป็นเล่นทีมเดียว กับ ลูเคี่ยน และ ลูเคี่ยน ก็มั่นใจว่า โลเปส จะมาช่วยเกมรับกับ “ฉลามชล” ได้แน่นอน” ศศิศ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับ จูเนียร์ โลเปส เป็นชาว บราซิลเลี่ยน เกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค.1987 ปัจจุบัน อายุ 31 ปี ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ค สูง 190 ซม. เคยเป็นอดีต เด็กปั้น ของ วิตอเรีย ทีมในบราซิล ก่อนจะย้ายไปยัง สโมสร ในบราซิล มากมาย อีกทั้งยังเคยไปค้าแข้งในต่างแดนกับ เซลิค เซนิกา (บอสเนีย), อากาเดมิกา โคอิมบรา (โปรตุเกส), ไซปา เอฟซี (อิหร่าน) และ เปอร์ซิบา บาลิคปาปาน (อินโดนีเซีย)

ส่วนสโมสรล่าสุด คือ คอนฟิอันซา ทีมในซีรีส์ ซี ของบราซิล นอกจากนี้ยังเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ ลูเคี่ยน อาราอูโจ้ กองหน้า ชลบุรี เอฟซี สมัยค้าแข้งอยู่กับ โนวา อิกัวซู เมื่อปี 2013 อีกด้วย

 

OFFICIAL : นาเซอร์ บาราซิต อดีตเด็กปืนใหญ่ ร่วมทัพ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ล่าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 7

“ปราสาทสายฟ้า” บรรลุข้อตกลงคว้าตัว นาเซอร์ บาราซิต แนวรุกวัย 29 ปี อดีตเจ้าของค่าตัวสูงถึง 4.5 ล้านยูโร (ประมาณ 160 ล้านบาท) จาก อัล จาซีร่า ทีมดังแห่งลีกสูงสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาร่วมทัพเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อสู้ศึกเลกที่ 2 ฤดูกาล 2019

โดยแนวรุกสัญชาติเนเธอร์แลนด์-โมร็อกโก รายนี้เกิด 27 พฤษภาคม 1990 เริ่มต้นฝึกฟุตบอลกับทีมในบ้านเกิดอย่าง เอ็นอีซี ไนจ์เมเกน/ท็อปออส จากนั้นก็ย้ายไปยังดินแดนลูกหนังเกาะอังกฤษ โดยมี “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เป็นทีมที่คว้าตัวไปขัดเกลาฝีเท้า และเจ้าตัวมีโอกาสถูกดันขึ้นชุดใหญ่ ในปี 2008 ทว่าไม่อาจจะแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ ทำให้ต้องถูกปล่อยยืมไปเล่นให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และถูกส่งต่อให้ วิเทสส์ อาร์เนม ทีมในแดนกังหันลมยืมใช้งานในปี 2010-2011

เมื่อเข้าฤดูกาล 2011-2012 ดาวเตะที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และกองกลางตัวรุก ก็ย้ายไปเล่นให้กับ ออสเตรีย เวียนนา ทีมดังของประเทศออสเตรีย และกลายเป็นกำลังหลักของทีม ลงสนามไป 34 นัด ยิงไป 12 ประตู จนผลงานไปเข้าตาทีมดังในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส อย่าง เอเอส โมนาโก ที่ยื่นข้อเสนอให้สูงถึง 4.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 160 ล้านบาท ลงสนามให้ทีมไปเพียง 11 นัด ก่อนจะถูกส่งไปให้ ออสเตรีย เวียนนา ต้นสังกัดเดิมยืมตัวใช้งาน ซึ่งเจ้าตัวก็กลายมาเป็นกำลังหลักพาทีมคว้าแชมป์ออสเตรีย มาครองได้

จากนั้นนักเตะเจ้าของความสูง 188 เซนติเมตร ก็ได้ย้ายกลับสู่บ้านเกิดไปร่วมทัพกับ อูเทร็คท์ อยู่กับทีม 4 ปี ซัดประตูไป 16 ประตู จาก 75 นัด ก่อนที่จะหมดสัญญา แล้วย้ายไปร่วมทัพ เยนิ มาลัตยาสปอร์ ทีมในศึกตุรกี ซูเปอร์ลีก ในฤดูกาล 2017-2018 ลงสนาม 15 นัด ยิงไป 2 ประตู

เมื่อฤดูกาล 2018 เปิดฉากขึ้น นาเซอร์ บาราซิต ได้สวมเสื้อ อัง จาซีร่า ลงวาดลวดลายในศึกฟุตบอลลีกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงสนามไป 11 นัด ยิงไป 4 ประตู ก่อนที่เลกที่ 2 ฤดูกาล 2019 จะย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยจะสวมใส่เสื้อหมายเลข 39 ลงสนามช่วยทีมไล่ล่าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 7 และทวงคืนแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ

ทั้งนี้ นาเซอร์ บาราซิต มีดีกรีไม่ธรรมดา ติดทีมชาติชุดเยาวชนของเนเธอร์แลนด์ มาทุกชุดไล่ตั้งแต่ 15 ปี, 17 ปี, 19 ปี, 20 ปี และ 21 ปี เคยลงเล่นเคียงข้างกับยอดนักเตะมามากมาย โดยเฉพาะเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ดาลีย์ บลินด์, ควิน สตรูทมัน, เลรอย เฟอร์, จอร์จินิโอ ไวนัลดุม และ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์

ฟอร์มประทับใจ! เอฟเวอร์ตัน คว้าตัว อันเดร โกเมส 22 ล้านปอนด์สัญญา 5 ปี

อันเดร โกเมส ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน ถาวร หลังจากที่ทีมประทับใจกับฟอร์มการเล่นของเขาเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

อันเดร โกเมส

เอฟเวอร์ตัน ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ได้ทำการคว้าตัว อันเดร โกเมส จาก บาร์เซโลน่า ด้วยราคา 22 ล้านปอนด์ พร้อมอยู่ยาว 5 ปี

มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสวัย 25 ปี มีความมุ่งมั่นที่จะฝากอนาคตของตนให้กับ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ต่อไป หลังจากที่ย้ายด้วยสัญญายืมตัวเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ

“ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้เซ็นสัญญาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน แบบถาวร มันเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากเลย และมีความสุขมากที่ได้ทำมัน” โกเมสกล่าวกับ Everton TV

“ได้ทราบมาว่าสโมสรมีความพยายามเป็นอย่างมากที่จะเซ็นสัญญากับผม รู้สึกแฮปปี้มากและอยากที่จะขอบคุณพวกเขา โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผมเลยทีเดียว”

“เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ ผมเพียงแค่อยากที่จะรู้สึกในบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษ  ใช่! มันเป็นเช่นนั้น มันดีมากสำหรับผมกับความรู้สึกในขณะนี้ หลังจากที่ได้เซ็นสัญญา  มันก็ดียิ่งขึ้นไปอีก”

“คิดว่ามันคือความทะเยอทะยานที่ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวเท่านั้น ซึ่งรวมไปถึงนักเตะทุกคน แฟนบอล และสโมสรแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน พวกเราทุกคนล้วนตื่นเต้นในสิ่งที่เกิดขึ้น”

เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา อันเดร โกเมส ย้ายมาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ด้วยสัญญายืมตัว จาก บาร์เซโลน่า ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เดือนสิงหาคม หลังหายจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณแฮมสตริง ซึ่งเจ้าตัวลงสนามในเกมแรกที่สามารถเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ 2-0 ที่ กูดิสัน พาร์ค ช่วงเดือน ตุลาคม

โดยเจ้าตัวลงสนามไปทั้งสิ้น 29 เกม รวมทุกถ้วยทุกรายการ ยิงได้หนึ่งประตู ในเกมที่พบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ซึ่งประตูนั้นได้รับรางวัลอันดับสองจากการเปิดโหวตประตูยอดเยี่ยมของสโมสร

บุรีรัมย์ แชมป์,ดุมบูย่า ดาวซัลโว! รวมสถิติที่น่าสนใจในเลกแรกของ โตโยต้า ไทยลีก 2019

ไทยลีก 2019 เพิ่งจบเลกแรกไป และเตรียมฟาดแข้งต่อทันทีในเลกที่สอง ครึ่งทางของการหาสโมสรที่ดีที่สุดในไทย มีสถิติอะไรน่าสนใจบ้าง ลองมาดูกัน

 

นี่คือสถิติที่น่าสนใจของการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก 2019 หลังผ่านไปครึ่งทาง มาดูกันว่ามีสถิติใดบ้างที่เกิดกับทีมรักของท่าน

บุรีรัมย์, สมุทรปราการ ไร้พ่ายในบ้าน

หลังจากผ่านไป 15 เกม ก็ปรากฎว่า มี 2 สโมสร ที่ยังไม่พลาดท่าให้ใครในบ้านของตัวเองเลย ได้แก่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เอาชนะไปถึง 6 เกม เสมอ 3 เกม จาก 9 เกมในบ้านของตัวเอง ส่วนอีกทีม ก็คือ สมุทรปราการ ซิตี้ ที่ลงเล่นในบ้านไปแล้ว 7 เกม แบ่งเป็นการเอาชนะ 5 เกม เสมอ 2 เกม

ชัยนาท, สุพรรณบุรี ไร้ชัยนอกบ้าน

เมื่อเราได้เห็นรายชื่อทีมที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งในบ้านแล้ว คราวนี้เราก็มาดูสถิติในด้านตรงข้ามกันบ้าง ซึ่งนั้นก็คือทีมที่ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยยามเล่นเป็นทีมเยือน ซึ่งก็มี 2 ทีมด้วยกัน ที่เป็นเจ้าของสถิติอันไม่น่าจดจำนี้ ได้แก่ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่ลงเล่นเป็นทีมเยือนไปแล้ว 6 เกม และพวกเขาก็แพ้ไปถึง 4 เกมด้วยกัน ส่วนอีก 2 เกมที่เหลือเป็นการเสมอ นอกจากนี้พวกเขายังเสียประตูทุกนัดยามเล่นเป็นทีมเยือนด้วย ขณะที่อีกทีมก็เป็น สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ลงเล่นเกมเยือนไปแล้ว 8 เกม สามารถเก็บผลเสมอได้แค่ 2 เกม ส่วนอีก 6 นัดเป็นการแพ้ทั้งหมด

แนวรุกสุดโหดต้องยกให้ ทรูแบงค็อก, ท่าเรือ

มากันที่เรื่องสถิติของเกมรุกกันบ้าง สำหรับ 15 เกมที่ผ่านพ้นไป ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ปราฎว่า ทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดคือ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี ซึ่งทำไปถึง 30 ประตู จาก 15 เกม หรือเฉลี่ยนัดละ 2 ประตู โดยผลงานการทำประตูที่ร้อนแรงของทัพแข้งเทพนั้น ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้ เนลสัน โบนีญ่า หัวหอกทีมชาติเอล ซัลวาดอร์ ที่ทำไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่นเพียง 13 เกมเท่านั้น ส่วนทางท่าเรือนั้น ผลงานหลักๆ ในเกมรุกของพวกเขามาจาก ดราแกน บอสโควิช และ เซร์จิโอ ซัวเรส ที่ทำไปคนละ 5 ประตู

การท่าเรือ เอฟซี

พยัคฆ์ล้านนา หลังรั่ว

ขณะเดียวกัน ทีมที่มีสถิติเกมรับแย่ที่สุดในช่วงเลกแรก ก็เป็นทีมน้องใหม่อย่าง เชียงใหม่ เอฟซี ซึ่งพวกเขาเสียไปแล้ว 35 ประตู และมีเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น ที่พวกเขาสามารถเก็บคลีนชีตได้

ปราสาทสายฟ้าจอมเก็บ3แต้ม/ค้างคาวไฟรักสันติ/ราชบุรี,เมืองทอง,เชียงใหม่ แพ้มากสุด

สำหรับทีมที่เก็บชัยชนะได้มากที่สุดใน 15 เกมแรกของฤดูกาลนี้ ก็ยังคงเป็นจ่าฝูงอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าชัยไปถึง 9 เกม ขณะที่ทีมที่เสมอบ่อยที่สุดก็เป็น สุโขทัย เอฟซี ที่เสมอไปถึง 9 นัด ส่วนทีมที่แพ้บ่อยที่สุดนั้นมี 3 ทีม ได้แก่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, เชียงใหม่ เอฟซี และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่แพ้ไปแล้วทีมละ 9 เกม

เชียงใหม่ เอฟซี

บุรีรัมย์-โคราช ได้จุดโทษมากสุด/ 3 ทีมไร้โอกาส

สำหรับทีมที่ได้จุดโทษมากที่สุดในศึกโตโยต้า ไทยลีก หลังจบเลกแรกไป ก็คือสองทีมดังจากภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงของลีก และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ซึ่งทั้งสองสโมสรได้ไป 5 ครั้งเท่ากัน แต่เป็นทางทัพปราสาทสายฟ้าที่ยิงได้แม่นยำกว่า โดยพวกเขายิงเข้า 4 ครั้ง พลาด 1 ครั้ง ส่วนทาง “สวาทแคท” ยิงเข้า 3 ครั้ง พลาด 2 ครั้ง ขณะที่ทีมที่ได้จุดโทษมากเป็นอันดับรองลงมา คือ พีที ประจวบ เอฟซี, การท่าเรือ เอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ สมุทรปราการ ซิตี้ ที่ได้ไปทีมละ 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีทีมทั้งหมด 3 ทีม ด้วยกัน ที่ไม่ได้จุดโทษเลยหลังผ่านไปแล้ว 15 เกม คือ ตราด เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล และ พีทีที ระยอง

สรุปสถิติจุดโทษของแต่ละทีมในไทยลีกหลังผ่านไป 15 เกม

อันดับ 1 (5 ครั้ง) : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (เข้า 4 ไม่เข้า 1), นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (เข้า 3 ไม่เข้า 2)

อันดับ 2 (3 ครั้ง) : พีที ประจวบ เอฟซี (เข้าทั้งหมด), ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (เข้าทั้งหมด), การท่าเรือ เอฟซี (เข้า 2 ไม่เข้า 1), สมุทรปราการ ซิตี้ (เข้า 1 ไม่เข้า 2)

อันดับ 3 (2 ครั้ง) : สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (เข้าทั้งหมด), สุพรรณบุรี เอฟซี (เข้าทั้งหมด), เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (เข้าทั้งหมด), ราชบุรี มิตรผล เอฟซี (เข้าทั้งหมด), ชลบุรี เอฟซี (เข้า 1 ไม่เข้า 1)

อันดับ 4 (1 ครั้ง) : สุโขทัย เอฟซี (เข้า), เชียงใหม่ เอฟซี (เข้า)

ไม่ได้จุดโทษเลย : ตราด เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์นบิล, พีทีที ระยอง

พีทีที ระยอง โดนจุดโทษมากสุด

นอกจากจะไม่เคยได้จุดโทษตลอด 15 เกมแรกแล้ว พีทีที ระยอง ยังเป็นทีมที่เสียจุดโทษมากที่สุด โดยพวกเขาเสียจุดโทษไปแล้ว 5 ครั้ง ในฤดูกาลนี้

แมตช์ ชลบุรี เปิดรังรับน้องใหม่อย่าง เชียงใหม่ เอฟซี ซัดประตูกันมากที่สุด

สำหรับเกมที่มีการยิงประตูกันมากที่สุด ก็หนีไม่พ้นเกมที่ ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 7-5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา

ท่าเรือ สุดโหดครองสถิติใบเหลือง, แดง มากสุด

ส่วนสถิติใบเหลืองใบแดงนั้น ปรากฎว่าตลอด 15 แมทช์เดย์ที่ผ่านมา มีการแจกใบเหลืองไป 544 ใบ ใบแดงอีก 25 ใบ โดยทีมที่โดนใบเหลืองมากที่สุดก็เป็น การท่าเรือ เอฟซี กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ได้รับใบเหลืองไปทีมละ 46 ใบ ส่วนทีมที่โดนใบแดงมากที่สุดก็เป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่ได้รับไป 5 ใบ

ลอนซาน่า ดุมบูย่า คว้าดาวซัลโวครึ่งฤดูกาลแรก

มากันที่สถิติรายบุคคลกันบ้าง โดยสถิติรายบุคคลเรื่องแรกที่เราจะพูดถึงคือการทำประตู ซึ่งผ่านไปแล้ว 15 เกม คนที่ทำประตูได้มากที่สุดก็เป็น ลอนซาน่า ดุมบูย่า ดาวยิงจากแดนน้ำหอมของทีมน้องใหม่อย่าง ตราด เอฟซี ที่ทำไปแล้ว 12 ประตู จาก 15 เกม ส่วนอันดับรองลงมาเป็น ลูเคี่ยน อัลเมด้า ของ ชลบุรี เอฟซี และ เนลสัน โบนีญ่า ของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ทำไป 11 ลูก

ลอนซาน่า ดุมบูย่า

เมืองทอง ฟอร์มตกแต่ เฮแบร์ตี้ ยังขึ้นแท่นจอมแอสซิสต์

ผ่านจอมถล่มประตูกันไปแล้ว เราก็มาดูจอมแอสซิสต์กันบ้าง ซึ่งคนที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในช่วงเลกแรกก็เป็น เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ แนวรุกของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ทำไปแล้ว 7 แอสซิสต์ ส่วนอันดับสองเป็นของ สรรวัชญ์ เดชมิตร มิดฟิลด์ทีมชาติไทยของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ทำไป 5 ครั้ง

ศิวรักษ์ คลีนชีตมากสุด

ส่วนผู้รักษาประตูที่รักษาคลีนชีตได้มากที่สุด ก็เป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มือกาวทีมชาติไทยของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไม่เสียประตู 8 นัด จากการลงสนาม 15 เกม ส่วนอันดับ 2 มีด้วยกัน 2 คน ได้แก่ อภิรักษ์ วรวงษ์ นายด่านของสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ ของ สุโขทัย เอฟซี ที่ทำไปคนละ 6 คลีนชีต

ฟาลเคสการ์ด เซฟจุดโทษ 100%

อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจของตำแหน่งผู้รักษาประตู ก็คือ สถิติการป้องกันจุดโทษได้ 100% ของ ไมเคิ่ล ฟาลเคสการ์ด มือกาวทีมชาติฟิลิปปินส์ของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ป้องกันจุดโทษได้ทั้ง 2 ครั้ง ที่ทีมเสีย โดยเป็นการเซฟจุดโทษในเกมบุกเสมอ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-1 และเกมแพ้คาบ้านต่อ ชลบุรี เอฟซี 2-4

ไมเคิ่ล ฟาลเคสการ์ด

ลูเคี่ยน ทำประตูต่อเกมมากที่สุด

ส่วนนักเตะที่ทำประตูในเกมๆ เดียวมากที่สุด ก็เป็น ลูเคี่ยน อัลเมด้า ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี เอฟซี ที่ทำคนเดียว 5 ประตู ในเกมเปิดบ้านชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 7-5

มีนักเตะทำแฮตทริกไปแล้ว 5 คน

ส่วนนักเตะที่สามารถทำแฮตทริกได้ในไทยลีกหลังผ่านไปครึ่งทาง ก็มี 5 คนด้วยกัน ประกอบไปด้วย ยานนิค โบลี่ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) ในเกมชนะ ตราด เอฟซี 3-2, ลูเคี่ยน อัลเมด้า (ชลบุรี เอฟซี) ในเกมชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 7-5, เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) ในเกมชนะ ชลบุรี เอฟซี 4-0, เนลสัน โบนีญ่า (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) ในเกมชนะ พีที ประจวบ เอฟซี 6-1 และ บิรัม ดิยุฟ (ตราด เอฟซี) ในเกมเสมอ ชลบุรี เอฟซี 3-3

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์แฟนบอลเข้าสนามมากสุด

สำหรับสนามที่มีแฟนบอลเข้าชมในสนามมากที่สุดหลังผ่านไปถึง 15 เกม ได้แก่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งสนามช้าง อารีน่า ของพวกเขา มีแฟนบอลเข้ามาดูเกมมากถึง 117,040 คน

“เอล กลาซิโก้ เมืองไทย” คนดูเยอะสุด

สำหรับเกมที่มีแฟนบอลเข้ามาชมเยอะที่สุดในช่วงเลกแรก ก็เป็นเกมเจอกันระหว่างของสองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่สนามช้าง อารีน่า ซึ่งมีผู้ชมมากถึง 27,009 คน ซึ่งผลในเกมนี้ ก็เป็นเจ้าบ้านที่เอาชนะไป 1-0

เอล กลาซิโก้ เมืองไทย

แฟนบอลเข้าสนามร่วม 7 แสน ยอดบัตร/สินค้าที่ระลึกมากกว่า 70 ล้าน

ส่วนยอดแฟนบอลที่เข้ามาเชียร์ในสนามตลอดทั้ง 120 เกม จากช่วง 15 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีผู้ชมมากถึง 695,819 คน และยอดจำหน่ายบัตร รวมถึงสินค้าที่ระลึก ก็มากถึง 73,297,438 บาท

 

ติดตามโปรแกรมการแข่งขัน ไทยลีก 2019 พร้อมลิ้งดูบอลสด อัพเดตทุกสัปดาห์ได้ที่นี่ คลิกเลย

 

เซ่นผลงานแย่! หนองบัว พิชญ ประกาศแยกทาง คัมเบะ ซูกาโอะ

“พญาไก่ชน” ประกาศแยกทางกับ คัมเบะ ซูกาโอะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง

หนองบัว พิชญ เอฟซี สโมสรศึก ไทยลีก 2 2019 ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้แยกทางกับ ซูกาโอะ คัมเบะ กุนซือชาวญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในช่วงเลกแรกที่ผ่านมา

หนองบัว พิชญ หลังจากจบเลกแรก รั้งอยู่อันดับ 6 มี 27 คะแนน และในเกมล่าสุดพ่ายต่อ ขอนแก่น เอฟซี ในบ้านของตัวเอง 0-1 ทำให้ต้องประกาศแยกทางกับอดีตกุนซือ อุบล ยูไนเต็ด ในที่สุด

โดยสโมสรได้ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ๊ก แฟนเพจของสโมสร ว่า “สโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ขอแถลงการณ์ทราบโดยทั่วกันว่า ทางสโมสรได้แยกทางกับ คัมเบะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบอร์ดบริหารของสโมสรและกุนซือคัมเบะ ได้ตกลงกันถึงการยุติบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสโมสรนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตามข่าวที่แผยเเพร่ออกไปก่อนหน้านี้”

“ในนามของสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี ขอขอบคุณและอวยพรให้ ‘โค้ชคัมเบะ’ ประสบความสำเร็จในอนาคตต่อไป”

“ในระหว่างนี้สโมสรได้มอบหมายให้ทีมงานสต๊าฟโค้ชของสโมสรเป็นผู้ควบคุมการฝึกซ้อมไปก่อน เพื่อรอพิจารณาหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่”

สำหรับ หนองบัว พิชญ เอฟซี จะลงทำการแข่งขันในเลกที่สอง ออกไปเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน นี้ ที่สนาม ศรีนครลำดวน

 

รอบที่สอง! ทรู แบงค็อกฯ ปล่อย กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ซบ ราชบุรี แบบยืมตัว ไทยลีก 2019 เลกสอง

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยผู้รักษาประตูอย่าง กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ซบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี รอบที่สอง แบบยืมตัว

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ศึก ไทยลีก 2019 ได้บรรลุข้อตกลงปล่อย กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก ผู้รักษาประตูของทีม ไปร่วมทัพ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แบบยืมตัวจนจบฤดูกาล หลังจากนายด่านคนนี้เคยย้ายไปลงเล่นในถิ่น มิตรผล สเตเดี้ยม มาแล้วในฤดูกาล 2018

กิตติพงศ์ ไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงเฝ้าเสาในช่วงเลกแรก ตั้งแต่ที่กลับมาจากสัญญายืมตัวของ “ราชันมังกร” ในฤดูกาลที่ผ่านมา

โดยผู้รักษาประตูวัย 29 ปี ย้ายมาจากสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ในฤดูกาล 2015 และลงสนามให้กับ ทรู​ แบงค็อก ยูไนเต็ดทั้งสิ้น 61 เกม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา