พรีวิว พรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ... by "Maxzio"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19

เอฟเวอร์ตัน – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019  เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : กูดิสัน พาร์ค
ถ่ายทอดสดbeIN SPORTS 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันคืนวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2019  เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1 & TrueID App

 

สภาพความพร้อม เอฟเวอร์ตัน

Yui Mok/PA via AP

อังเดร โกเมส จะหมดสิทธิ์ลงสนามช่วย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” 3 เกมหลังมีโทษแบนออกมาจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ จากเกมที่พ่าย ฟูแล่ม 0-2 ส่วนปราการหลังชาว โคลอมเบีย อย่าง เยอร์นี่ มีน่า ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณ แฮมสตริง ก่อนหน้านี้ เป็นเพียงคนเดียวที่ มาร์โก ซิลวา ระบุว่าหมดสิทธิ์ลงสนามให้กับ เอฟเวอร์ตัน

นั้นหมายความว่า ไมเคิ่ล คีน และมอร์แกน ชไนเดอร์ลิน จะกลับมามีชื่อในทืมอีกครั้งในเกมวันอาทิตย์นี้ และทั้งสองคนมีโอกาสได้ลงสนามปะทะกับ ต้นสังกัดเก่าอีกด้วย

 

 สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
AP Photo/Manu Fernandez

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้ข่าวเหลัง อเล็กซิส ซานเชซ ที่บาดเจ็บบริเวณเข่าพักไปนาน กลับมาลงสนามในช่วงครึ่งหลัง ในเกมที่พ่าย บาร์เซโลน่า เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แล้ว และคาดว่าพร้อมลงสนามในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนกองกลางอย่าง เนมานย่า มาติช ก็พร้อมมาเป็นตัวเลือกในแดนหลางอีกครั้ง หลังมีชื่อบนม้านั่งสำรองในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นกัน

ส่วน ลุค ชอว์ ยังคงต้องใช้โทษแบนอีกหนึ่งเกม เช่นเดียวกับ เอริค ไบญี่ และอันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ทางโซลชา ไม่อยากให้เร่งลงสนามมากนัก ก็คงจะไม่มีชื่อในเกมนี้ด้วยเช่นกัน

 

คาดว่าจะลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน : จอร์แดน พิคฟอร์ด, เซมุส โคลแมน, ไมเคิ่ล คีน, เคิร์ต ซูม่า, ลูคัส ดีญ, อิดริสซ่า กูเอเย่, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, ริชาร์ลิสัน, แบร์นาร์ด, โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลต์, คริส สมอลลิ่ง, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, แอชลี่ย์ ยัง, เฟร็ด, เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, อเล็กซิส ซานเชซ, โรเมลู ลูกากู, มาร์คัส แรชฟอร์ด

 

บทวิเคราะห์

ความย่ำแย่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มกลับมาอเกครั้งในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังแพ้ 5 จาก 7 เกมหลังสุด โดยเฉพาะเกมเยือนที่แพ้ 4 เกมรวด หรือหลังจากบุกไปทำปาฏิหาริย์ ที่ปารีส ได้ ฟอร์มพวกเขาก็เริ่มดิ่งลงเหว

AP Photo/Manu Fernandez

ส่วนเจ้าบ้าน ก่อนหน้านี้กลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม และรูปแบบการเล่นแบบ ติกี้ ตาก้า จนเอาชนะทั้ง เชลซี และ อาร์เซน่อล แบบเก็บคลีนชีตได้ ก่อนจะกลับสู่ฟอร์มด้วยด้วยการบุกไปพ่าย ฟูแล่ม ทีมท้ายตาราง แบบไม่น่าเชื่อ แต่ เอฟเวอร์ตัน ยังมีเกมในบ้านที่พอใช่ได้ หลัง 8 นัดหลังสุด แพ้เพียง 3 เกมเท่านั้น

ด้านสถิติ เอฟเวอร์ตัน เป็นทีมที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่าการเจอทีมใด พรีเมียร์ลีก ด้วยจำนวน 36 เกม และพวกเขาไม่สามารถคว้าชัยหนือ ยูไนเต็ด มาแล้ว 9 นัดติดต่อกัน ในทุกรายการ แต่ “ปีศาจแดง” ที่แพ้เกมเยือนมา 2 นัดติด ใน พรีเมียร์ลีก นั้นหากพวกเขาพ่าย เอฟเวอร์ตัน ในวันอาทิตย์นี้อีกเกม จะทำให้พวกเขาแพ้เกมเยือน 3 เกมติดต่อกันครั้งแรกตั้งแต่เดือน มกราคม 1994

Yui Mok/PA via AP

เกมคู่แรกวันอาทิตย์นี้ ค่อนข้างจะดูสูสีกัน เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในช่วงขาลงอีกครั้ง หลังการคุมทีมของ โซลชา ผิดกลับ เอฟเวอร์ตัน ที่ไม่ได้ลุ้นอะไร แต่ฟอร์มการเล่นเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้ว แม้ว่าเพิ่งแพ้ทีมรองบ๊วยมาก็ตาทที แต่ด้วยความพ่ายแพ้แบบสู้ไม่ได้ต่อ บาร์เซโลน่า จะเป็นแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยมของ พลพรรคปีศาจแดง ในการกลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้ง และบวกกับการที่ได้นักเตะกลับมาจากอาการบาดเจ็บ น่าจะช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชนะออกจาก กูดิสัน พาร์ก ได้เพื่อลุ้นโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป เพราะหากพลาดไม่ได้ 3 แต้มจากเกมนี้ แถบจะปิดประตูอันดับ 4 ไปเลยเพราะ สองเกมต่อไป พวกเขาต้องเจอศึกหนักอย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่กำลังลุ้นแชมป์ และเชลซี ที่แย่งที่ 4 เช่นกัน

 

สกอร์ที่คาด

เอฟเวอร์ตัน 1-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

“Maxzio”

ศุภณัฐ

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "ซูเปอร์ บิ๊กแมตช์" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ... by "Mr.BOSTON"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2019  เวลา 18:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสดbeIN SPORTS 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันคืนวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2019  เวลา 18:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1 & TrueID App

 

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

(AP Photo/Jon Super)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวังจะเก็บชัยชนะใน 5 เกมที่เหลือไปเรื่อย ๆ เพื่อการันตีการเป็นแชมป์ในปีนี้โดยไม่ต้องสนใจคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล ดังนั้น เกมนี้ พวกเขาต้องเดินหน้าเท่านั้น

เป็ป กวาร์ดิโอล่า มีปัญหาให้คิดเยอะในเรื่องตำแหน่งแบ็กขวา แบงฌาแมง เมนดี้ มีปัญหาบาดเจ็บเขาหนัก ๆ มาก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง แม้จะพึงได้ลงสนเกมกลางสัปดาห์ แต่มีแนวโน้มว่า กวาร์ดิโอล่า อาจจะไม่เสี่ยง และส่งคนอื่นลงสนามแทน แต่เจ้าของตำแหน่งอย่าง โอเล็ก ซินเชนโก้ ก็ยังไม่หายดี เกมนี้เลยอาจต้องพึ่งพา ฟาเบียน เดลป์

แฟร์นานดินโญ่ และ ลีรอย ซาเน่ กลับมามีชื่อในทีมเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ทำให้มีโอกาสที่อาจจะได้เห็นเขาสองคนมีบทบาทในเกมนี้ด้วย และ เคลาดิโอ บราโว่ ที่บาดเจ็บไปนาน ก็เริ่มกลับมาซ้อมกับทีมได้แล้วด้วย แต่เป๊ป ยืนยันว่าเขาจะไม่ได้กลับมาในฤดูกาลนี้

 

สภาพความพร้อม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

(AP Photo/Kirsty Wigglesworth)

เมื่อเทียบกับกวาร์ดิโอลา แล้ว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีเรื่องให้ปวดหัวเยอะกว่ามาก เพราะผู้เล่นหลัก 3 คนอย่าง แชร์จ ออริเยร์, แฮร์รี่ วิงก์ และ แฮร์รี่ เคน มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งหมดและลงเล่นไม่ได้แน่นอน

มูสซ่า ซิสโซโก้, อีริค ไดเออร์, อิริค ลาเมล่า และ วินเซนต์ ยานเช่น มีอาการบาดเจ็บเช่นกัน แต่ยังมีโอกาสลงสนามได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า จะมีใครทดสอบความฟิตผ่านก่อนเกมบ้าง แต่การส่งผู้เล่นที่เพิ่งหายเจ็บ หรือ ไม่ฟิต 100% ลงสนามก็ถือว่าเสี่ยงอยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ พอช ต้องตัดสินใจ

จากปัญหาที่ว่า อาจจะทำให้ ท็อตแน่ม ต้องมีการปรับทัพในเกมนี้หลายตำแหน่ง ซึ่งอาจจะต้องแพ็กเกมรับไว้ก่อน เพราะฝั่งเจ้าบ้านน่าจะต้องเดินเกมเขาหาแต่ต้นเกม เพราะเป็นไฟต์บังคับที่ต้องได้ 3 คะแนนเท่านั้น

 

คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน โมราเอส, ไคล์ วอร์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, อายเมอริค ลาปอร์ต, ฟาเบียน เดลป์, ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นานดินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ลีรอย ซาเน่, เซร์คิโอ ‘กุน’ อเกวโร่

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : อูโก้ โยริส, ฮวน ฟอยธ์, ดาวินสัน ซานเชซ, แยน แฟร์ต็องเก้น, ไคล์ วอร์คเกอร์ ปีเตอร์ส, วิคเตอร์ วานยาม่า, คริสเตียน อิริคเซ่น, เบน เดวิส, ซอง เฮือง มิน, ลูคัส มูร่า, เฟอร์นานโด ยอเรนเต้

 

บทวิเคราะห์

แมนฯ ซิตี้ หวังเช็คบิล ท็อตแน่ม ที่เขี่ยพวกเขาตกรอบในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีไฟต์บังคับว่าต้องชนะ เพื่อแซงขึ้นไปกดดัน ลิเวอร์พูล ที่จะลงเล่นทีหลังก่อน เพราะฉะนั้นความมุ่งมันมาเต็มแน่นอน

ส่วนท็อตแน่ม ก็ไม่อยากแพ้เกมนี้เช่นกัน เพราะในพื้นที่อันดับที่ 4 ก็ยังเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน และการได้ 3 คะแนนเป็นอะไรที่จะการันตีได้มากที่สุด แต่การบุกใส่ ซิตี้ ในบ้านของพวกเขา ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่

เกมนี้น่าจะเป็นอีกเกมที่มีการดวลแท็คติกส์กันอย่างเข้มข้น และผู้ที่คมกว่าน่าจะคว้าชัยชนะไปได้ และซิตี้เอง ก็มีทั้งตัวผู้เล่นที่พร้อม และความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน ทำให้น่าจะดูดีกว่าผู้มาเยือนอยู่บ้าง

 

สกอร์ที่คาด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

 

“Mr.BOSTON”

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

TrueID Sports Hightlight : โปรแกรมถ่ายทอดสดกีฬา 20-21 Apr 2019

จัดเต็มบิ๊กแมตช์! สุดสัปดาห์นี้ คอกีฬาพลาดไม่ได้กับรายการกีฬาเด็ดมากมาย โดยเฉพาะเกมลูกหนัง ที่พร้อมระเบิดความมันส์กันครบทุกลีกดัง เริ่มด้วย ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สำคัญต่อการลุ้นแชมป์และการแย่งชิงโควต้า UCL “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านปะทะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฝั่งศึกลูกหนังสเปน บาร์เซโลน่า จ่าฝูง ดวลเดือด เรอัล โซเซียดัด ส่วนศึกกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี พบเกมคู่เด็ด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ฟาดแข้ง “หมาป่าแห่งกรุงโรม” โรม่า

ด้านบอลเอเชียก็ไม่น้อยหน้า กับศึก J1 ลีก ญี่ปุ่น ชมเกมดาร์บี้ แมตช์แข้งไทย “เจ-ชนาธิป” นำทัพคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านดวล โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ของ “อุ้ม-ธีราทร” ปิดท้ายด้วยศึกแห่งศักดิ์ศรีของฟุตบอลไทยลีก “กิเลนผยอง” ฟัด “สิงห์เจ้าท่า” ทั้งหมดนี้ลุ้นไปพร้อมกันที่ TrueID เท่านั้น แฟนกีฬาอย่าพลาดชม!

ฟุตบอล
เรือใบไฝว้ไก่เดือยทอง! ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์นี้ พบกับเกมสุดสำคัญที่ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์และการแย่งชิงโควต้า UCL “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านปะทะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่วน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกเยือนทีมหนีตายอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมใดจะคว้า 3 แต้มไปครอง ลุ้นไปพร้อมกัน ทาง TrueID เท่านั้น คอบอลตัวจริงห้ามพลาด!

โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 34-35
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
18.30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทางช่อง beIN Sports 1
21.00 น. วูล์ฟแฮมป์ตัน – ไบร์ทตัน ทางช่อง beIN Sports 1
21.00 น. ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ – วัตฟอร์ด ทางช่อง beIN Sports 3
21.00 น. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – เลสเตอร์ ซิตี้ ทางช่อง beIN Sports 4
21.00 น. บอร์นมัธ – ฟูแล่ม ทางช่อง beIN Sports 5
23.30 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – เซาธ์แฮมป์ตัน ทางช่อง beIN Sports 1

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562
19.30 น. เอฟเวอร์ตัน – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทางช่อง beIN Sports 1
22.00 น. คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ – ลิเวอร์พูล ทางช่อง beIN Sports 1
22.00 น. อาร์เซน่อล – คริสตัล พาเลซ ทางช่อง beIN Sports 3

คืนวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562
02.00 น. เชลซี – เบิร์นลีย์ ทางช่อง beIN Sports 1

ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 8 พบเกมคู่เด็ด “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่กำลังประสบปัญหาจนรั้งตำแหน่งรองบ๊วย ต้องเปิดบ้านทำศึกแห่งศักดิ์ศรีกับ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่กำลังฟอร์มดี ทีมใดจะเป็นฝ่ายคว้าชัย คอบอลไทยอย่าพลาดชม!

โปรแกรมฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 8
วันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562
20.00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด – ตราด เอฟซี ทางช่อง True4U / TrueSport HD 2

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
17.45 น. พีทีที ระยอง – ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทางช่อง TrueSport 2
18.00 น. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด – สมุทรปราการ ซิตี้ ทางช่อง TrueSport 6
19.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล – ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทางช่อง TrueSport HD 3
20.00 น. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด – การท่าเรือ เอฟซี ทางช่อง True4U / TrueSport HD 2

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562
18.00 น. พีที ประจวบ เอฟซี – สุโขทัย เอฟซี ทางช่อง TrueSport HD 3
18.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี – นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทางช่อง True4U / TrueSport HD 2
19.00 น. ชลบุรี เอฟซี – เชียงใหม่ เอฟซี ทางช่อง TrueSport 2

ศึกสายเลือด! ฟุตบอลเมจิ ยาสุดะ J1 ลีก 2019 สุดสัปดาห์นี้ ชมเกมคู่สำคัญ ดาร์บี้แมตช์แข้งไทย “เจ-ชนาธิป” นำทัพคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านดวล โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ของ “อุ้ม-ธีราทร” แฟนบอลชาวไทยไม่ควรพลาด!

โปรแกรมฟุตบอล เมจิ ยาสุดะ J1 ลีก นัดที่ 8 คู่ที่มีการถ่ายทอดสด
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
11.00 น. คอนซาโดเล่ ซัปโปโร – โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ทางช่อง TrueSport HD 2
11.00 น. อูราวะ เรด ไดมอนส์ – วิสเซล โกเบ ทางช่อง TrueSport HD 3
14.00 น. กัมบะ โอซาก้า – โออิตะ ทรินิตะ ทางช่อง TrueSport HD 2

สำหรับ ศึก ลา ลีกา สเปน สัปดาห์นี้ “จ่าฝูง” บาร์เซโลน่า ดวลเดือด เรอัล โซเซียดัด ส่วน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เปิดบ้านรับ แอธเลติก บิลเบา แฟนลูกหนังแดนกระทิงดุอย่าพลาดชม!

โปรแกรมฟุตบอลลา ลีกา สเปน คู่เด็ด
คืนวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
21.15 น. เออิบาร์ – แอตเลติโก้ มาดริด ทางช่อง beIN Sports 2
01.45 น. บาร์เซโลน่า – เรอัล โซเซียดัด ทางช่อง beIN Sports 2

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562
21.15 น. เรอัล มาดริด – แอธเลติก บิลเบา ทางช่อง beIN Sports 2

ส่วนศึกลูกหนังแดนมักกะโรนี พบเกมคู่เด็ด “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ฟาดแข้ง “หมาป่าแห่งกรุงโรม” โรม่า คอบอลอิตาลีไม่ควรพลาด!

โปรแกรมฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คู่เด็ด
คืนวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
23.00 น. ยูเวนตุส – ฟิออเรนติน่า ทางช่อง beIN Sports 3
01.30 น. อินเตอร์ มิลาน – โรม่า ทางช่อง beIN Sports 3

เทนนิส
แฟนๆนักหวดลูกสักหลาดพลาดไม่ได้ กับการแข่งขันเทนนิสชาย รายการสำคัญ ATP 1000 Rolex Monte-Carlo Masters 2019

เทนนิส ATP 1000 Rolex Monte-Carlo Masters 2019
รอบรองชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 เริ่ม 18.30 น. ทางช่อง True Tennis HD

รอบชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เริ่ม 19.30 น. ทางช่อง True Tennis HD

สนุ๊กเกอร์

Snooker Betfred World Championship 2019
รอบแรก
วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 เริ่ม 16.00 น. ทางช่อง TrueSport HD / TrueSport 7
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เริ่ม 16.00 น. ทางช่อง TrueSport HD / TrueSport 7

สนุก เพลิดเพลินไปกับรายการกีฬาโปรดของคุณ ตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ได้ที่ TrueID ที่นี่ที่เดียว!

** วันและเวลาแข่งขัน อาจมีการเปลี่ยนแปลง **

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "สามแต้ม ลุ้นแชมป์ หนีตกชั้น ?" คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล ... by "บก.เก้น"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ VS ลิเวอร์พูล

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : คืนวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 22.00 น.
สนาม : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม
ถ่ายทอดสด : BEIN SPORT 1 & TrueID App

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันใน คืนวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง BEIN SPORT 1 & TrueID App

สภาพความพร้อม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

เรียกได้ว่ามีทางเลือกน้อยจริงๆ สำหรับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่ต้องเดินหน้ากรุยทางคว้าสามคะแนนในเกมนี้ให้ได้สถานเดียว เนื่องจากการมีแต้มตามหลังคู่ปรับโซนสีแดงอย่าง ไบรท์ตัน อยู่สองคะแนน แถมดันลงแข่งมากกว่าหนึ่งนัด ส่งให้พวกเขามีโอกาสหล่นชั้นเป็นทีมสุดท้ายต่อจาก ฟูแล่ม และฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์

แต่ด้วยการที่พวกเขาบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน มาได้ในเกมที่แล้ว ทำให้นัดนี้ นีล วอร์น็อค เองก็หวังที่จะสร้างเซอร์ไพรส์เปิดบ้านดับฝันของเหล่า “เดอะ ค็อป” แม้จะมีโอกาส หรือความน่าจะเป็นไม่มากก็ตาม

นีล เอเธอริดจ์ นายด่านมือหนึ่งทีมชาติฟิลิปปินส์ลงเฝ้าเสาเช่นเคย แนวรับสี่คน คาดว่ากุนซือรายนี้ยังคงไว้ใจให้ ฌอน มอร์ริสัน ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ บรูโน่ เอคูเอเล่ มังก้า โดยมีสองวิงแบ็กทั้ง โจ เบนเน็ตต์ กับ ลี เพลเทียร์ ขนาบข้างหยุดยั้งแนวรุก “หงส์แดง” ที่กำลังร้อนแรงสุดๆ

แผงมิดฟิลด์ ด้วยความที่พวกเขารู้ดีว่าการเปิดหน้าแลกกับ ลิเวอร์พูล มีแต่ตายกับตาย เชื่อว่า วอร์น็อค จะจัดมิดฟิลด์ตัวรับไว้คอยตัดเกมถึงสองคนอย่าง โจ รอลส์ และอาร่อน กุนนาร์สัน โดยปล่อยให้ จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, วิคเตอร์ คามาราซ่า, และนาธาเนี่ยล เมนเดซ-แลง ขึ้นเกมรุกสนับสนุน โอมาร์ นีอาซเซ่ หัวหอกเซเนกัลคนบ้านเดียวกับ ซาดิโอ มาเน่

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

การลงเล่นมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1 นัด กับความได้เปรียบกว่าแค่สองคะแนน อาจจะไม่เพียงพอต่อความสำเร็จในบั้นปลายซีซั่น หากว่าพวกเขาไม่สามารถเดินหน้าคว้าชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และหวังให้ แมนฯ ซิตี้ สะดุดสักนัดในช่วงโค้งสุดท้าย

ฉะนั้น ถึงตรงนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องโฟกัสให้มากที่สุดก็คือ การกำหนดลมหายใจของตนเองให้ได้ด้วยการพยายามเดินหน้าคว้าชัยให้ได้ในทุกๆ นัดเท่านั้น โดยเฉพาะในเกมนี้ที่แม้จะดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด

อลิสสัน ยังคงเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไปไม่มีเปลี่ยน ส่วนแผงหลัง วิงแบ็กสองข้าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะได้ออกสตาร์ทจับคู่กับแบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แน่นอน ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ แม้ โจ โกเมซ จะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแล้ว แต่มั่นใจว่า คล็อปป์ ยังคงไม่เสี่ยงใช้เจ้าตัวในเกมนี้อย่างแน่นอน และคาดว่า โจเอล มาติป จะจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกเหมือนเคย

แผงมิดฟิลด์ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และนาบี เกอิต้า ที่เป็นตัวสำรองในเกมยุโรป จะคืนสู่สนามในฐานะตัวจริงอย่างแน่นอน พร้อมวาง ฟาบินโญ่ รับผิดชอบการตัดเกมทั้งหมด เพื่อแพ็คเกมตรงกลางให้แน่นมากที่สุด ปล่อยให้ ไวจ์นัลดุม กับ มิลเนอร์ สแตนด์บายเป็นอะไหล่ที่ม้านั่งสำรอง

สามประสานในแนวรุก นาทีนี้คงไม่มีใครร้อนแรงมากไปกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เพิ่งลั่นกระสุนใส่ทั้ง เชลซี กับ ปอร์โต้ เชื่อว่าเจ้าตัวจะลงเล่นในเกมนี้ด้วยความกระหายเช่นเคย โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมกับ ซาดิโอ มาเน่ คีย์แมนอันดับหนึ่งของทีม ณ ขณะนี้ พร้อมล่าตาข่ายเพื่อรักษาโมเมนตั้มของการลุ้นแชมป์เอาไว้ต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

 

คลิกอ่าน >>> ถึงเวลา “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ?

พรีเมียร์ลีก

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ : นีล เอเธอริดจ์, โจ เบนเน็ตต์, ลี เพลเทียร์, ฌอน มอร์ริสัน, บรูโน่ เอคูเอเล่ มังก้า, โจ รอลส์, วิคเตอร์ คามาราซ่า, อาร่อน กุนนาร์สัน, จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, โอมาร์ นีอาซเซ่, นาธาเนี่ยล เมนเดซ-แลง

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

บทวิเคราะห์

ลิเวอร์พูล รัวกระสุนใส่ คาร์ดิฟฟ์ ได้มากถึง 13 ประตู จากสามเกมหลังสุดที่พบกันในลีก เช่นเดียวกับ โม ซาลาห์ และซาดิโอ มาเน่ ที่ยิงประตู คาร์ดิฟฟ์ ในได้เกมแรกที่เจอกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แถมพวกเขายังมีสถิติการลงเล่นในลีกกับทีมน้องใหม่ที่ยอดเยี่ยม หลังชนะรวดจาก 9 นัดหลังสุด (ยิง 27 เสีย 3) เมื่อบวกกับความกระหาย และความมั่นใจในโค้งสุดท้ายของการลุ้นแชมป์ สุดท้าย “หงส์แดง” จะสามารถเอาชนะความกดดันในเกมนี้ได้ แม้ว่าเจ้าถิ่นเองก็ต้องการสามคะแนนเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน แต่เชื่อว่า ณ วินาทีนี้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ยังไม่ใช่คู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อกับ ลิเวอร์พูล … “เดอะ ค็อป” ลุ้นเม็ดที่สามได้เลย

สกอร์ที่คาด
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 0-4 ลิเวอร์พูล

“บก.เก้น”

พรีเมียร์ลีก

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

TRUE TALK : "เจเจ" แข้งดาวรุ่งไทย ผู้เดินตามรอย "ลีซอ" เพื่อโอกาสวาดลวดลายบนแผ่นดินยุโรป ... by "เนเน่ เนติ"

หากเอ่ยถึงโอกาสที่นักเตะไทยจะได้ไปโลดแล่นบนเวทียุโรป โดยเฉพาะ “พรีเมียร์ลีก” อังกฤษ คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของทีมชาติไทย โดยเฉพาะอันดับโลก หรือ “ฟีฟ่า แรงกิ้ง” ยังคงห่างไกลเงื่อนไขของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ “เอฟเอ” ที่จะอนุญาตให้ใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ หรือ “เวิร์ค เพอร์มิต” นั่นเอง

จากการรายงานอันดับโลกล่าสุดของฟีฟ่า เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทัพ “ช้างศึก” รั้งอันดับ 114 ของโลก ขณะที่ 3 อันดับที่ดีสุดของเอเชียคือ อิหร่าน (21), ญี่ปุ่น (26) และ เกาหลีใต้ (37) ส่วน กาตาร์ แชมป์เอเชียน คัพ ปีล่าสุด รั้งอันดับ 55 ของโลก

อย่างไรก็ดี มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่วาดฝันและหวังจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และออกเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อโอกาสเล่นในลีกยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ หนึ่งในนั้นคือ “เจเจ” ศุภกฤต สถิตธำมรงค์ ซึ่งเติบโตมาจากอคาเดมี่ของ เอฟซี บางกอก ที่หวังจะเจริญรอยตาม “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ไอดอลของเขานั่นเอง

ปัจจุบัน “เจเจ” อายุ 16 ปี เรียนอยู่เกรด 10 ซึ่งเทียบเท่ากับ ม.4 และเป็นนักเรียนทุนด้านฟุตบอลของ แอ็คเวิร์ธ สคูล ในเมืองลีดส์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีฟุตบอลอะคาเดมี่ท็อป 10 ของอังกฤษ ภายใต้การดูแลของ เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน อดีตผู้เล่นจาก คริสตัน พาเลซ, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่มีดีกรีผู้ฝึกสอนระดับโปรไลเซนซ์ ซึ่งผ่านงานคุมทีมในลีกอังกฤษ และสเปน พร้อมควบคุมการฝึกซ้อม – วางแผนการพัฒนาอย่างใกล้ชิด

“เจเจ” เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาเรียนที่อังกฤษ เพราะที่นี่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ขณะที่ฟุตบอลอังกฤษ โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกก็มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก อีกทั้งเคยอ่านเรื่องราวของ “พี่ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ซึ่งเคยมาเรียน และเล่นฟุตบอลที่นี่ในช่วงอายุใกล้เคียงกัน จึงมีความเชื่อและมั่นใจว่าฟุตบอลอังกฤษจะช่วยให้ตัวเองมีความเป็นมืออาชีพ และพัฒนาจนสามารถเล่นในลีกของยุโรปได้

“ทีมของเรามีการฝึกซ้อมตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงการแข่งขันอุ่นเครื่อง และลีกของนักเรียน ที่นี่จะมีการฝึกซ้อมประจำวันที่ต่างจากบ้านเรา โดยเฉพาะทัศนคติความเป็นมืออาชีพ เพราะแม้จะเป็นการฝึกซ้อม แต่ทุกคนก็ยังใส่กันแทบจะไม่ยั้ง ทุกคนรู้ดีว่าในสนามฝึกซ้อม ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งกันลงสนาม พอได้ลงสนามแต่ละเกม ก็จะมีแมวมองมาดู และเลือกเข้าไปฝึกซ้อมที่อะคาเดมี่ และถ้าทำได้สำเร็จก็จะได้สัญญาเป็นนักเตะฝึกหัด ซึ่งนั่นก็แทบการันตีว่าจะได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวแล้ว ทุกคนจึงมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนัก”

นายทวารดาวรุ่งไทย เล่าโปรแกรมการฝึกซ้อมว่า วันจันทร์เช้า ทุกคนจะเข้าเล่นฟิตเนสเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ก่อนที่จะไปเรียนหนังสือ พอช่วงเย็นก็ฝึกซ้อมเบสิคในสนาม จากนั้นวันอังคารก็จะซ้อมแทคติกเพื่อเตรียมทีมแข่งขันในวันพุธ และวันพฤหัสบดีก็ซ้อมเบาๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ส่วนวันศุกร์ โค้ชก็จะให้ลงฝึกซ้อมในสนามเพื่อแนะนำจุดบกพร่องต่างๆ และเตรียมพร้อมหากมีเกมวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เช้าก็จะฝึกซ้อม ก่อนที่จะได้พักในช่วงบ่าย

“การที่ผมมาเรียนที่นี่ ยังได้เรียนรู้ในระบบการศึกษาที่แตกต่างจากไทย เพราะที่ไทยก็จะแบ่งสายการเรียน เช่น วิทย์ – คณิตฯ แต่ของที่อังกฤษ นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาที่ต้องการเรียนได้เอง ซึ่งผมคิดว่าดี เพราะจะช่วยให้เราได้เรียนแบบเจาะลึก และรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก่อนที่จะตัดสินใจหลังจากเรียนจบไฮสคูลว่าจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย หรือเรียนสายอาชีพไปเลย”

ส่วน เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน เผยว่า อุตสาหกรรมฟุตบอลมีข่ายงานมากกว่า 600,000 ตำแหน่ง หลายคนอาจมองว่าเล่นฟุตบอลต้องเป็นนักฟุตบอล หรือโค้ช แต่แท้จริงแล้ว ฟุตบอลยังมีงานที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถต่อยอดไปได้ ขณะที่เด็กเยาวชนหากจบไฮสคูลไป ถ้ามีฝีเท้าดี มหาวิทยาลัยดังๆ ในสหรัฐฯ ก็พร้อมจะให้ทุน และดึงไปร่วมทีม เพราะพวกเขาค่อนข้างเชื่อมั่นนักฟุตบอลในอังกฤษ โดยเฉพาะจากระดับไฮสคูลว่ามีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของเยาวชน โดยเฉพาะเอเชีย และประเทศไทย ที่มีการพัฒนาวงการฟุตบอลอย่างก้าวกระโดด และเราเห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถที่จะต่อยอดไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเล่นในลีกยุโรปได้ เช่น เยอรมนี,สเปน, อิตาลี, ฝรั่งเศส ฯลฯ

“แข้งเอเชียหลายคน อาทิ ซน ฮึง มิน, ชินจิ คางาวะ และอีกหลายคน เริ่มแรกมาเล่นในลีกเล็กๆ หรือลีกอื่นที่ไม่ใช่พรีเมียร์ลีกก่อนเพื่อปรับตัว เช่นเดียวกับแข้งทวีปอื่น ทั้ง อเมริกาใต้ เช่น หลุยส์ ซัวเรซ, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพราะสมัยเป็นดาวรุ่งยังปรับตัวได้ง่ายกว่า และสามารถเรียนรู้ได้เร็ว จะเห็นว่าทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้วีธีการซื้อแข้งดาวรุ่งมาเพราะบ่ม ก่อนจะปล่อยให้ทีมอื่นในระดับรองยืมตัวไปใช้งาน เพื่อทดสอบความสามารถ ก่อนดึงกลับหากเด็กคนนั้นฉายแววให้เห็น” เดวิด แพล็ต อดีตทีมสเก๊าต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และอดีตแมวมองของทีมชาติกาตาร์ เผยกับ ทรูไอดี

และนี่คือโอกาสที่ดีของเยาวชนไทยอายุระหว่าง 12-17 ปี อีกครั้ง เพราะ “แอ็คเวิร์ธ สคูล ฟุตบอล อะคาเดมี่” เตรียมมาจัดกิจกรรม “Road to Pro Footballer & Football Industry in the UK” สู่เส้นทางความฝันของนักฟุตบอลอาชีพ และอุตสาหกรรมฟุตบอล ในสหราชอาณาจักร โดยร่วมกับ Pro InterEd ที่เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 พ.ค.นี้ ที่สนามโปโล ฟุตบอล ปาร์ค ย่านพระราม 4 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยมีผู้ให้ความรู้ทั้ง เจมี่ ฟูลเลอร์ตัน, เมธา คุณาไท อดีตผู้ฝึกสอนเยาวชนทีมชาติไทย รุ่น 15 ปี, 17 ปี และจบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA Football Industry จาก University of Liverpool พร้อมกับทดสอบฝีเท้าน้องๆ เยาวชน เพื่อลุ้นทุนการศึกษา ไปเรียนต่อที่ “แอ็คเวิร์ธ สคูล ฟุตบอล อคาเดมี่” ถึงประเทศอังกฤษอีกด้วย

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.06-2693-5956 หรือเฟซบุ๊ก Pro InterEd หรือไลน์ @prointered

“เนเน่ เนติ”

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : "หงส์มาวิน หรือ สิงห์มีชัย" ลิเวอร์พูล VS เชลซี ... by "บก.เก้น"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19
ลิเวอร์พูล VS เชลซี

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : คืนวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เวลา 22.30 น.
สนาม : แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสด : BEIN SPORT 1 & TrueID App

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันใน คืนวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เวลา 22.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง BEIN SPORT 1 & TrueID App

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

การลงเล่นมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1 นัด กับความได้เปรียบกว่าแค่สองคะแนน อาจจะไม่เพียงพอต่อความสำเร็จในบั้นปลายซีซั่น หากว่าพวกเขาไม่สามารถเดินหน้าคว้าชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และหวังให้ แมนฯ ซิตี้ สะดุดสักนัดในช่วงโค้งสุดท้าย

ฉะนั้น ถึงตรงนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องโฟกัสให้มากที่สุดก็คือ การกำหนดลมหายใจของตนเองให้ได้ด้วยการพยายามเดินหน้าคว้าชัยให้ได้ในทุกๆ นัดเท่านั้น โดยเฉพาะในเกมนี้ที่ แอนฟิลด์

อลิสสัน ยังคงเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไปไม่มีเปลี่ยน ส่วนแผงหลัง วิงแบ็กสองข้าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะได้ออกสตาร์ทจับคู่กับแบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์อย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แน่นอน ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ แม้ โจ โกเมซ จะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาแล้ว รวมถึง เดยัน ลอฟเรน ที่ได้ออกสตาร์ทในเกมยุโรปกับ ปอร์โต้ แต่มั่นใจว่า คล็อปป์ ยังคงไม่เสี่ยงใช้ทั้งสองในบิ๊กแมตช์เช่นนี้อย่างแน่นอน และคาดว่า โจเอล มาติป จะจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกเหมือนเคย

แผงมิดฟิลด์ ถือเป็นปัญหาหนักใจของบอสเจเค หลังแข้งแต่ละคนเริ่มกลับมาทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และนาบี เกอิต้า แต่ในเมื่อมีพื้นที่แค่สามที่ คาดว่า คล็อปป์ น่าจะตัดสินใจซื้อประสบการณ์ของ เจมส์ มิลเนอร์ ก่อนอย่างแน่นอน กับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันของ “หงส์แดง” แบบนี้ คอยสนับสนุน จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม พร้อมวาง ฟาบินโญ่ รับผิดชอบการตัดเกมทั้งหมด เพื่อแพ็คเกมส์ตรงกลางให้แน่นมากที่สุด

ส่วนสามประสานในแนวรุก ความมั่นใจจากการโซโล่ไปซัดดับ “นักบุญ” ในแมตช์ที่ผ่านมา น่าจะทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงเล่นด้วยความกระหายที่จะซัดประตูใส่ต้นสังกัดเก่า โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมกับ ซาดิโอ มาเน่ คีย์แมนอันดับหนึ่งของทีม ณ ขณะนี้ พร้อมล่าตาข่ายใส่ยอดทีมจากลอนดอน

สภาพความพร้อม เชลซี

แม้ว่านี่จะเป็นซีซั่นที่น่าผิดหวังสำหรับสาวก “สิงโตน้ำเงินคราม” รวมถึง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่มิอาจพาทีมไปถึงบัลลังก์แชมป์ได้ ด้วยความพ่ายแพ้ในลีกมากถึง 7 นัด แถมแนวรุกยังมานัดกันปืดฝืดยิงได้น้อยที่สุดในบรรดากลุ่ม Top 6 แต่ถึงอย่างไร กุนซือเลือดมักกะโรนีรายนี้ยังสามารถพา เชลซี กลับมาอยู่ในพื้นที่ลุยถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้ และมีแต้มเป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ เท่านั้น

การกลับมาท็อปฟอร์มของ เอเด็น อาซาร์ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของดาวรุ่งอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ส่งให้ เชลซี ทีมนี้กลับมาคว้าชัยได้ตลอดสามนัดหลังสุดในลีก ถือเป็นการเรียกความมั่นใจได้ถูกเวลาก่อนที่จะลงสนามในเกมใหญ่ที่แอนฟิลด์วันอาทิตย์นี้

และแม้จะเพิ่งผ่านเกมยูโรป้า ลีก มาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่คาดว่าเกมนี้ กุนซือเลือดมักกะโรนีน่าจะยึดผู้เล่นตัวหลักจากเกมลีกกับ เวสต์แฮม มา ไล่ตั้งแต่นายทวารค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง เกป้า ยืนเฝ้าเสาแมตช์สำคัญที่แอนฟิลด์ แนวรับสี่คน ดาวิด ลุยซ์ จับคู่ อันโตนิโอ รูห์ดิเกอร์ ส่วนวิงแบ็กทั้งสองข้างมอบหมายให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอเมอร์สัน ยืนประจำการเหมือนเคย

แผงมิดฟลิด์สามคน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังคงเป็นตัวหลักเช่นเคย พร้อม รูเบน ลอฟตัส ชีค และลูกรักอย่าง จอร์จินโญ่ ด้านสามประสานในแนวรุก เอเด็น อาซาร์ ที่กำลังฟอร์มสด นำทัพเคียงข้างด้วย กอนซาโล่ อิกวาอิน และดาวรุ่งแห่งวงการลูกหนังอังกฤษอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย

คลิกอ่าน >>> ถึงเวลา “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ?

พรีเมียร์ลีก

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เชลซี : เกป้า อาริซซาบาลาก้า, ดาวิด ลุยซ์, อันโตนิโอ รูห์ดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอเมอร์สัน, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รูเบน ลอฟตัส ชีค, จอร์จินโญ่, เอเด็น อาซาร์, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย

บทวิเคราะห์

“หงส์แดง” ไม่เคยเปิดบ้านเอาชนะ เชลซี ได้เลย นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2012 แถมยอดทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ทีมนี้ยังไม่สามารถเอาชนะ “สิงห์บลู” ได้เลยตลอดการพบกัน 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ แสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล มักจะมีปัญหาชวนให้ฟอร์มสะดุดเสมอยากต้องลงต่อกรกับยอดทีมจากลอนดอน แต่ในสถานการณ์ที่ต้องชนะเพื่อต่อลมหายใจของการลุ้นแชมป์ บวกกับบรรยากาศสุดขลังในแอนฟิลด์ เชื่อว่า สุดท้ายเจ้าถิ่นจะเป็นฝ่ายได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ด้วยฟอร์มที่สดกว่า บวกกับความมั่นใจของนักเตะหลายๆ คนโดยเฉพาะชายที่มีชื่อว่า โมาเหม็ด ซาลาห์

สกอร์ที่คาด
ลิเวอร์พูล 3-2 เชลซี

“บก.เก้น”

พรีเมียร์ลีก

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีก 2019

 

อ่านข่าว ตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ลีก 2018/19

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : คริสตัล พาเลช - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ... by "Mr.BOSTON"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19

คริสตัล พาเลช – แมนเชสเตอร์ ซิตี้

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2019  เวลา 20:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : เซลเฮิร์ท พาร์ค
ถ่ายทอดสดbeIN SPORTS 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันคืนวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2019  เวลา 20:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1 & TrueID App

 

สภาพความพร้อม คริสตัล พาเลช

(Owen Humphreys/PA via AP)

 

ทีมของ รอย ฮอดจ์สัน เคยทำแสบเอาไว้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ด้วยการบุกไปเอาชนะได้ถึง เอติฮัด สเตเดี้ยม สร้างรอยด่างพร้อยเพียวในการเล่นในบ้านฤดูกาลนี้ให้ทีมแชมป์เก่า

นัดนี้ พวกเขาหวังจะทำให้ได้อีกครั้ง และสภาพความพร้อมของทีมก็ดูจะเป็นใจ เมื่อมีตัวเจ็บน้อยกว่า โดยมี มามาดู ซาโก้ คนเดียวเท่านั้น ที่ไม่น่าจะลงได้ ส่วนในรายของ เจมส์ ทอมกิ้นส์ ที่เจ็บโคนขาหนีบตึงมาจากเกมกับนิวคาสเซิ่ล น่าจะไม่มีอะไรซีเรียส และน่าจะสแตนบายในตำแหน่งตัวสำรองได้

จากการไม่มี ซาโก้ อาจจะทำให้ อดีตเด็กเก่งลิเวอร์พูล อย่าง มาร์ติน เคลลี่ ต้องก้าวขึ้นมาเล่นในตำแหน่งตัวจริงแทนที่ ส่วนในแนวรุก วิลฟรีด ซาฮา และ มิชี่ บัตซูอายี่ พร้อมลงยิงเรือใบแน่นอน

 

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

(AP Photo/Jon Super)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวังจะเก็บชัยชนะใน 6 เกมที่เหลือไปเรื่อย ๆ เพื่อการันตีการเป็นแชมป์ในปีนี้โดยไม่ต้องสนใจคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล ดังนั้น เกมนี้ พวกเขาต้องเดินหน้าเท่านั้น

เป็ป กวาร์ดิโอล่า มีปัญหาเล็กน้อย เรื่องของผู้เล่นบาดเจ็บ โดย แวงซองต์ กอมปสนี และ เคลาดิโอ บราโว่ น่าจะลงสนามไม่ได้แน่นอน แต่ในรายของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ โอเล็ก ซินเชนโก้ ที่บาดเจ็บมา หายเจ็บและกลับลงซ้อมได้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่า เป็ป จะให้พักหรือเลือกใช้งานเท่านั้น

เกมนี้ ซิตี้ น่าจะอาจจะต้องโรเตชั่นผู้เล่นอีกครั้ง เพราะมีเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์นี้ที่รอการสะสางกับท็อตแน่ม โดย เควิน เดอ บรอยน์ ที่ได้พักเมื่อกลางสัปดาห์ น่าจะได้ลงเล่น ส่วนหน้าอาจจะพัก เซร์คิโอ ‘กุน’ อเกวโร่ และใช้งาน กาเบรียล เฮซุส อีกครั้ง

คาดว่าจะลงสนาม

คริสตัล พาเลช : บิเชนเต้ กวยต้า, อารอน วาน บิสซาก้า, สก็อตต์ แดนน์, มาร์ติน เคลลี่, แพทริก ฟาน อันโฮลต์, อันดรอส ทาวน์เซ่น, เจมส์ แมคอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์, มิชี่ บัตซูอายี่, วิลฟรีด ซาฮา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน โมราเอส, ไคล์ วอร์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, อายเมอริค ลาปอร์ต, แบงฌาแม็ง เมนดี้, อิลกาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นานดินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ลีรอย ซาเน่, กาเบรียล เฮซุส

 

บทวิเคราะห์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รอวันถอนแค้นในช่วงฟอร์มดิ่งเหวเมื่อคราวบ็อกซิ่งเดย์กับ พาเลช อยู่ และเกมนี้พวกเขาไม่น่าจะปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ เพราะชัยชนะเกมนี้เป็นเรื่องสำคัญต่อการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาก

ซิตี้ เสียแค่ 2 ประตู จาก 8 นัดหลังในพรีเมียร์ลีก ซึ่งหมายความว่า เกมรับพวกเขากำลังแน่นเปรียะ นั่นอาจจะเป็นกุญแจสู่ชัยชนะในเกมนี้ ของซิตี้

แต่ถึงอย่างนั้น พาเลช ก็มีโอกาสที่จะแบ่งแต้ม หรือ บุกชนะได้เหมือนกัน หากทำประตูได้ก่อน เพราะในระยะหลัง ซิตี้ ยิงคู่แข่งได้น้อยลง เฉลี่ย 5 นัดหลังเพียง 1.8 ประตู และมีเกมที่ชนะ 1-0 ถึง 2 จาก 5 เกม ดังนั้น ถ้ายิงได้ก่อนแล้วอุดดี ๆ ตามสไตล์ของฮอดจ์สัน ก็มีโอกาส

แต่ถ้ากลับกัน เป็น ซิตี้ นำได้ก่อน โอกาสที่จะได้ 3 คะแนนกลับไปก็มีโอกาสมากทีเดียว

 

สกอร์ที่คาด

คริสตัล พาเลช 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

“Mr.BOSTON”

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

พรีวิว พรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ... by "Maxzio"

พรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018/19

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

รายการ : พรีเมียร์ลีก 2018/19
วัน / เวลาทำการแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2019  เวลา 23.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ถ่ายทอดสดbeIN SPORTS 1 & TrueID App

 

 

เรียกได้ว่าเป็นลีกฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยความสนุก สุดมันส์ และเร้าใจแบบสุดๆ สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/2019 ท่ามกลางการขับเคี่ยวของ 20 ทีมชั้นนำแห่งเกาะอังกฤษ ตลอด 38 แมตช์ที่อัดแน่นจุใจทั้งฤดูกาล มั่นใจได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก ยังคงตอบโจทย์คอลูกหนังไม่เปลี่ยน

แน่นอน สำหรับแฟนบอลไทยที่ไม่อยากตกเทรนด์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ TrueID Sports จัดเต็มให้กับการอัพเดตทุกแง่มุมทั้งข่าวสารอัพเดตแบบเรียลไทม์ คลิปไฮไลท์ รวมถึงช่องทางติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความคมชัดระดับ HD และถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ sport.trueid.net/premierleague

เกมคู่นี้ลงแข่งขันกันคืนวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2019  เวลา 23.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทางช่อง beIN SPORTS 1 & TrueID App

 

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

AP Photo/Jon Super

เกมนัดนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะขาดแบ็กตัวสำคัญทั้ง 2 ฝั่งโดย ลุค ชอว์ โดนแบนสองเกมหลังสะสมใบเหลืองครบ 10 ใบ ส่วน แอชลี่ย์ ยัง จากใบแดงในเกมที่แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 แต่ยังมีข่าวดีเหมือนผู้เล่นที่บาดเจ็บหลายคนเริ่มกลับมาสู่ทีมได้อีกครั้ง โดยเฉพาะ อเล็กซิส ซานเชซ ที่กลับมาลงซ้อมได้แล้ว

กองกลางสองคนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า และเนมานย่า มาติช ก็พร้อมเป็นทางเลือกในการโรเทชั่นนักเตะของโซลชา ในช่วงที่มีโปรแกรมหนักๆ เช่นดีอีกด้วย

 

 สภาพความพร้อม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
AP Photo/Alastair Grant

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บอยู่หลายหลากทั้งที่เจ็บหนักก่อนหน้านี้อย่าง อันเดรย์ ยาโมเลนโก้ หรือแอนดี้ แคร์โรลล์ บวกกับ มิคาอิล อันโตนิโอ ที่เจ็บก่อนลงสนามในเกมที่พ่าย เชลซี ทำให้ตัวเลือกของ มานูเอล เปเยกรินี่ ในแนวรุกก็ลดลงไปอีก

แต่ในแผงกองกลาง “ขุนค้อน” ได้ 2 นักเตะตัวสำคัญกลับมาหลังจากเจ็บหนักคือ คาร์ลอส ซานเชซ และแจ็ค วิลเชียร์ พร้อมเป็นตัวเลือกอีกครั้ง

 

คาดว่าจะลงสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลต์, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ฟิล โจนส์ ,มาร์กอส โรโฮ, อันเดร์ เอร์เรร่า, สกอตต์ แม็คทอมมิเนย์, ปอล ป็อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด, โรเมลู ลูกากู, อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้, ไรอัน เฟเดอริกส์, อิซซ่า ดิย็อป, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อาร่อน เครสเวลล์, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, ดีแคลน ไรซ์, เปโดร โอเบียง, เฟลิเป้ แอนเดอร์สัน, มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ

 

บทวิเคราะห์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาอยู่ในช่วงขาลงอีกครั้งหลังการเข้ามาคุมทีมถาวรของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พวกเขาพ่ายแพ้ 4 จาก 5 เกมหลังสุดและเสียประตู 8 เกมติดต่อกัน บวกกับโปรแกรมอันแสนสาหัสของทีม ที่หลังจากเกมนี้จะต้องบุกไปเยือน บาร์เซโลน่า ถึง คัมป์นู ด้วยเงื่อนไขการคว้าชัยชนะอย่างเดียเท่านั้น ทำให้ โซลชา อาจจะต้องพิจารณาถึงรูปแบบการเล่น และการโรเตชั่น นักเตะภายในทีมอีกด้วย

AP Photo/Jon Super

ด้านทีมเยือน ก็ฟอร์มย่ำแย่ไม่แพ้กัน เพราะ 12 เกมหลังสุดในทุกรายการ เวสต์แฮม เก็บชัยชนะได้เพียง 3 เกมเท่านั้น และ 2 ใน 3 เป็นการเอาชนะ 2 ทีมบ๊วยของลีกอย่าง ฟูแล่ม และฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ และพวกเขาเล่นเกมเยือนได้ไม่ดีเลย หลังไร้ชัยชนะ 8 เกมติดต่อกัน โดยเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 7 เกมในทุกรายการ ส่วนส่วนปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องแก้ไขให้กับทีมคือการจบสกอร์ เพราะ 4 จาก 6 เกมหลัง พวกเขาพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ศูนย์

ด้านสถิติ จากการเก็บชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในได้เลกแรก 3-1 นั้นหาก เวสต์แฮม คว้าชัยเกมนี้ได้อีกจะทำให้พวกเขาเอาชนะ ยูไนเต็ด ไปกลับ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006/2007 ส่วน โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างตู้เย็นของ “ปีศาจแดง” ชื่นชอบในการยิง “ขุนค้อน” เป็นที่สุดหลังยิงไป 6 ประตูจาก 5 เกมในบ้านในพรีเมียร์ลีก ยามเจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

AP Photo/Tim Ireland

เกมคู่ดึกประจำคือวันเสาร์นี้ แม้ว่าฟอร์มการเล่นจะย้ำแย่กันทั้งคู่แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูจะได้เปรียบเล็กๆ จากการเล่นในบ้าน และสถิติการเล่นเกมเยือนของทีมจากกรุงลอนดอน แต่ต้องอย่างลือว่า ยูไนเต็ด ยังมีเกมยักษ์ใหญ่รออยู่กลางสัปดาห์ บางทีการรักษาตัวผู้เล่น และเลือกเล่นเพื่อเน้นผล ชนะแค่เพียงลูกเดียว ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของฝั่งเจ้าบ้าน

บวกกับ เวสต์แฮม แทบจะรอดตกชั้นร้อยเปอร์เซ็นแล้ว ทำให้ฤดูกาลนี้ไม่เหลืออะไรให้ทีมลุ้น ทำให้เกมที่เหลือจะเป็นการทดลองแท็กติกของ มานูเอล เปเยกรินี่ เสียมากกว่า ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเฉือนเก็บชัยชนะเอาไวได้ได้

 

สกอร์ที่คาด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

 

“Maxzio”

ศุภณัฐ

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

 

ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID

ดูบอลสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก!
ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

TrueID Sports Hightlight : โปรแกรมถ่ายทอดสดกีฬา 13-14 Apr 2019

บอลมันส์วันสงกรานต์! วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ TrueID ขอต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเกมลูกหนัง ที่คุณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง กับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สำคัญต่อการลุ้นแชมป์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สำหรับศึกลูกหนังสเปน บาร์เซโลน่า จ่าฝูง บุกเยือน อูเอสก้า ส่วนศึกกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี พบเกมคู่เด็ด “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านรับ “อินทรีฟ้า-ขาว” ลาซิโอ

ด้านบอลเอเชียก็น่าดูไม่แพ้กัน กับศึก J1 ลีก ญี่ปุ่น “เจ-ชนาธิป” ลุ้นดวลแข้งกับเพื่อนเก่าอย่าง “เคน โทคุระ” เมื่อต้องนำทัพคอนซาโดเล่ ซัปโปโร บุกเยือน เซเรโซ โอซาก้า และร่วมส่งใจเชียร์นักกีฬาไทย ในการแข่งขันแบดมินตัน สิงคโปร์ โอเพ่น ทั้งหมดนี้ลุ้นไปพร้อมกันที่ TrueID เท่านั้น แฟนกีฬาอย่าพลาดชม!

ฟุตบอล
หงส์แดงฟัดสิงห์บลู! ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พบกับเกมสุดสำคัญที่ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คู่ปรับเก่า พวกเขาจะเก็บ 3 แต้ม เพื่อขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังผ่านสุดสัปดาห์นี้ได้หรือไม่ ลุ้นไปพร้อมกัน ทาง TrueID เท่านั้น คอบอลตัวจริงห้ามพลาด!

โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 33-34
คืนวันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562
02.00 น. เลสเตอร์ ซิตี้ – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทางช่อง beIN Sports 1

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562
18.30 น. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ – ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทางช่อง beIN Sports 1
21.00 น. ฟูแล่ม – เอฟเวอร์ตัน ทางช่อง beIN Sports 1
21.00 น. เซาธ์แฮมป์ตัน – วูล์ฟแฮมป์ตัน ทางช่อง beIN Sports 3
21.00 น. ไบร์ทตัน – บอร์นมัธ ทางช่อง beIN Sports 5
21.00 น. เบิร์นลีย์ – คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทางช่อง beIN Sports 6
23.30 น. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทางช่อง beIN Sports 1

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562
20.05 น. คริสตัล พาเลซ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทางช่อง beIN Sports 1
22.30 น. ลิเวอร์พูล – เชลซี ทางช่อง beIN Sports 1

คืนวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562
02.00 น. วัตฟอร์ด – อาร์เซน่อล ทางช่อง beIN Sports 1

ดวลเพื่อนเก่า! ฟุตบอลเมจิ ยาสุดะ J1 ลีก 2019 สุดสัปดาห์นี้ ชมเกมคู่สำคัญ “เจ-ชนาธิป” ลุ้นดวลแข้งกับเพื่อนซี้อย่าง “เคน โทคุระ” เมื่อต้องนำทัพคอนซาโดเล่ ซัปโปโร บุกเยือน เซเรโซ โอซาก้า แฟนบอลชาวไทยไม่ควรพลาด!

โปรแกรมฟุตบอล เมจิ ยาสุดะ J1 ลีก นัดที่ 7 คู่ที่มีการถ่ายทอดสด
วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562
13.00 น. เซเรโซ โอซาก้า – คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทางช่อง TrueSport HD 2
17.00 น. โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส – นาโกย่า แกรมปัส เอต ทางช่อง TrueSport HD 2

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562
14.00 น. วิสเซล โกเบ – ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า ทางช่อง TrueSport HD 2

สำหรับ ศึก ลา ลีกา สเปน สัปดาห์นี้ “จ่าฝูง” บาร์เซโลน่า บุกเยือน อูเอสก้า ส่วน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ออกไปเยือน เลกาเนส แฟนลูกหนังแดนกระทิงดุอย่าพลาดชม!

โปรแกรมฟุตบอลลา ลีกา สเปน คู่เด็ด
วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562
21.15 น. อูเอสก้า – บาร์เซโลน่า ทางช่อง beIN Sports 2

คืนวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562
02.00 น. เลกาเนส – เรอัล มาดริด ทางช่อง beIN Sports 2

ส่วนศึกลูกหนังแดนมักกะโรนี พบเกมคู่สำคัญ “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านรับ “อินทรีฟ้า-ขาว” ลาซิโอ คอบอลอิตาลีไม่ควรพลาด!

โปรแกรมฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คู่เด็ด
คืนวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562
20.00 น. สปาล – ยูเวนตุส ทางช่อง beIN Sports 4
01.30 น. เอซี มิลาน – ลาซิโอ ทางช่อง beIN Sports 3

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562
23.00 น. คิเอโว่ – นาโปลี ทางช่อง beIN Sports 3

แบดมินตัน
ร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักแบดมินตันไทยในศึกแบดมินตันรายการสำคัญ BWF Singapore Open 2019 แฟนๆ นักตบลูกขนไก่ห้ามพลาด!

แบดมินตัน BWF Singapore Open 2019
รอบรองชนะเลิศ
วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 เริ่ม 12.00 น. ทางช่อง TrueSport HD 3

รอบชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เริ่ม 12.00 น. ทางช่อง TrueSport HD 3

สนุก เพลิดเพลินไปกับรายการกีฬาโปรดของคุณ ตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ได้ที่ TrueID ที่นี่ที่เดียว!

** วันและเวลาแข่งขัน อาจมีการเปลี่ยนแปลง **

 

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

TRUE TALK : ไม่นับตามมารยาท ยืมตัวแล้วลงเจอต้นสังกัดได้ไหม? ... by "ม. มีนบุรี"

การปล่อยนักเตะให้ทีมอื่นยืมเพื่อเปิดโอกาสให้ดาวรุ่ง หรือนักฟุตบอลคนนั้นได้ระบโอกาสลงสนามนับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่หลากหลายทีมระดับโลกเลือกใช้กันในการพัฒนาดาวรุ่ง โดยเฉพาะ เชลซี ที่ฤดูกาลนี้ปล่อยนักเตะให้สโมสรอื่นทั้งในและนอกประเทศยืมตัวร่วม 40 ราย

ในไทยลีก ก็มีการปล่อยนักเตะ ยืมไปมาหลากหลายทีม เช่นกัน และที่เห็นได้ชัดคือการสลับไปมาของผู้เล่นระหว่าง 2 ทีมที่มีเจ้าของเครือเดียวกัน หรือทีมพี่ทีมน้อง ถ้าจะให้ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆ ก่อนหน้านี้ก็น่าจะเป็นกรณีของ เมืองทอง ยูไนเต็ด กับพัทยา ยูไนเต็ด ก่อนที่ เกียรติธานี จะเข้ามาเทคโอเวอร์และเปลี่ยนชื่อเป็น สมุทรปราการซิตี้ หรือถ้าในปัจจุบัน ก็น่าจะเป็นสโมสรในเครือ บ.บุญรอด บริวเวอรี่ พวก เชียงใหม่ เอฟซี, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ประเด็นที่ตกเป็นข้อสงสัยขึ้นมาก็คือ หากนักเตะคนนั้นมีโอกาสลงสนามเจอทีมต้นสังกัด หรือทีมแม่ เขาสามารถลงสนามได้หรือไม่ ถ้าพูดในกรณีในไทย ในเคสที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ “ล้านนา ดาร์บี้” ระหว่าง เชียงใหม่ เอฟซี เปิดรังรับการมาเยือนของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เชียงใหม่ มีผู้เล่นที่ยืมจากเชียงราย มาถึง 10 คน (อ้างอิงจาก เว็บไซต์ Transfermarkt) ไล่ตั้งนนท์ ม่วงงาม, เควิน สังสมานันท์, วัชรินทร์ เนื่องพระแก้ว, สหรัฐ แก้วแสงใส, จอนาทา แวร์ซูร่า, ยุทธจักร ก้อนจันทร์, ชลวิทย์ คนึงคิด, วงศพัทธ์ ศิลาหิรัญรัตน์, โชติภัทร พุ่มแก้ว, เอกนิษฐ์ ปัญญา และผู้เล่นทั้งหมดนี้สามารถลงสนามเจอกับ เชียงราย ทีมต้นสังกัดได้หรือไม่?

CMFC
Photo / Official Chiangmai Football Club

ถ้าไม่นับตามมารยาท ไทยลีก ระบุเอาไว้ใน ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ รายการ “ไทยลีก” พ.ศ. 2562 เอาไว้ในบทที่ 5 การขึ้นทะเบียน และคุณสมบัติของผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทีม และนักกีฬาฟุตบอล หัวข้อ 28 คุณสมบัติของนักกีฬาฟุตบอล

ข้อย่อย 28.2. นักกีฬาฟุตบอลที่สังกัดกับองค์สมาชิกใด และองค์กรสมาชิกนั้นมิได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน หรือส่งทีมแต่มิได้ส่งชื่อตัวเอง เข้าแข่งขันด้วย นักกีฬาฟุตบอลผู้นั้นจะมีสิทธิเข้าแข่งขันได้ในกรณีที่มีองค์กรสมาชิกอื่นยืมตัวไปแข่งขัน โดยมี สถานภาพเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่สังกัดกับองค์กรสมาชิกที่ยืมตัวไป และในการขึ้นทะเบียนให้แนบเอกสำรการยืมตัว ตามแบบฟอร์มที่ “ฝ่ายจัดกำรแข่งขัน” กำหนดกำรขอยืมตัวนักกีฬาฟุตบอลจากองค์กรสมาชิกอื่นไปร่วมทีมลง แข่งขัน อนุญาตให้ยืมในขณะใดขณะหนึ่งรวมกันได้ไม่เกิน 6 คน แต่ทั้งนี้การขอยืมจากองค์กรสมาชิกใดองค์กร สมาชิกหนึ่ง จะเกินกว่าจำนวน 3 คนมิได้ ส่วนกรณีที่ทีมต้นสังกัดเดิมต้องแข่งขันกับทีมต้นสังกัดใหม่ในลีกเดียวกัน หรือในรายการอื่น ๆ ระหว่าง ที่สัญญาขอยืมตัวยังมีผลอยู่นักกีฬาฟุตบอลที่ถูกยืมตัวไปจะลงแข่งขันให้กับต้นสังกัด ใหม่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างกัน

ถ้าเอามาพูดกันง่ายๆ ก็คือ นักฟุตบอลจะลงได้หรือไม่ อยู่ที่ทั้ง 2 ทีมตกลงกัน ซึ่งก็ไม่ได้ระบุอีกว่าจะต้องตกลงในสัญญาการยืมตัวหรือไม่ อาจจะไปคุยกันเองหรืออย่างไรก็ตาม คิดว่า “ไทยลีก” ให้สิทธิ์สโมสรจัดการเองเต็มที่

ฉะนั้น “ล้านนา ดาร์บี้” ที่จะเตะกันในวันศุกร์นี้ นักเตะเชียงใหม่ ที่ยืมมาจากเชียงราย สามารถลงได้ หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่ระว่าง 2 สโมสรตกลงกัน ตามกฏไทยลีก ไม่ใช่ตามมารยาท

แต่จากข้อบังคับดังกล่าว ทำให้มีอีก 1 ประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องการยืมตัวเข้ามาคือ ทางไทยลีก อนุญาตให้ยืมตัวนักเตะได้ไม่เกิน 6 คน และยืมจากทีมเดียวได้ไม่เกิน 3 คน แต่เชียงใหม่ เอฟซี มีนักเตะ จาก เชียงราย ยูไนเต็ด อยู่ในทีมถึง 10 คน และจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อีก 2 คน ย้ำว่าอ้างอิงจาก Transfermarkt หากเชียงราย กับเชียงใหม่ แลกเปลี่ยนกันด้วยกรณีอื่นๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่หากลองออกไปมองในกรณีอื่นๆ หรือกรณี ฟุตบอลต่างประเทศ ว่าเป็นเช่นไร เราจะพบเจอนักเตะที่ถูกปล่อยยืมลงเจอต้นสังกัดให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ติโบ คูร์ตัวส์ ตอนนั้นถูก เชลซี ปล่อยยืมให้ แอตเลติโก้ มาดริด ยืมตัวเป็นเวลา 3 ซีซั่น และเจ้าตัวก็ลงสนามเจอกับเชลซี ถึง 3 ครั้งตลอดช่วงเวลาารยืมตัว และโชว์การเซฟอย่างยอดเยี่ยม ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2014 รอบรองชนะเลิศ พา “ตราหมี” เขี่ยต้นสังกัดตกรอบ หรือ ฮาเมส โรดริเกวซ ที่ เรอัด มาดริด ปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัว ก็ได้ลงเล่นเจอต้นสังกัดใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นกัน และสามารถยิงประตูได้ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกด้วย

Thibaut Courtois
CosminIftode / Shutterstock.com

สำหรับใน พรีเมียร์ลีก ก่อนหน้านี้ นักเตะที่ยืมมาสามารถลงเจอกับทีมต้นสังกัดได้ แต่มาเกิดปัญหาในกรณีที่ โลมาน่า ลัวลัว กองหน้าที่ พอร์ทสมัธ ยืมมาจาก นิวคาสเซิ่ล และเจ้าตัวยิงประตูตีเสมอให้ พอร์ทสมัธ เสมอกับ “สาลิกาดง” 1-1 พร้อมการดีใจแบบเกินเหตุ ทำให้ทาง เอฟเอ เปลี่ยนกฏในการยืมนักเตะ ว่าห้ามนักเตะที่ยืมมา ลงสนามเจอกับต้นสังกัดของตน

ส่วนข้อย่อย อื่นๆ ในการยืมตัวของ พรีเมียร์ลีก ก็มีระบุไว้ชัดเจนว่า ลงทะเบียนนักเตะที่ยืมตัวมาได้ไม่เกิน 2 คน และในหนึ่งฤดูกาล ยืมนักเตะได้ไม่เกิน 4 ครั้ง และยืมจากสโมสรเดียวกันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่สามารถปล่อยนักเตะให้ทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกยืมตัวได้ หากอยู่ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดียวกัน

สรุปสุดท้าย การยืมตัว และการลงเจอทีมต้นสังกัด มันคือเรื่องที่สองสโมสรต้องตกลงกันตั้งแต่แรก ว่าสามารถให้ลงได้หรือไม่ หรือจะให้ชัดก็ควรจะระบุในสัญญายืมตัว ส่วนกรณี เชียงใหม่ กับเชียงราย ก็ต้องไปกางสัญญาดูว่า ได้ระบุลงไปหรือไม่ หรือเป็นการขอร้องกัน การพูดคุยกันข้างนอกสนาม ซึ่งมันก็ไม่ผิดอะไร เพราะกฏไม่ได้ห้ามเอาไว้

แต่ยิ่งไม่ชัดเจน ตั้งแต่ต้น สิ่งที่ตามมาก็คือความเคลือบแคลงใจสงสัยในการบริหารทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ว่าเราคิดถูกแล้วใช่ไหมในการ ทุ่มเทแรงเชียร์ กับสโมสรที่มีการบริหารเอื้อกับ อีกทีมหนึ่ง??? 

 

“ม. มีนบุรี”

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ กดเลย

ดูบอลสด – ไฮไลท์บอล แบบจัดเต็มได้ ที่นี่

ดูบอลสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี ฟรี คลิก!
ดูไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก ฟรี คลิก!

ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports